ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด

“พี่ๆ ดูข่าวยัง” เสียงปลายสายฟังดูตื่นเต้นจนจับได้
“ข่าวอะไรเหรอ” ผมตอบโดยหนีบโทรศัพท์ไว้ในซอกคอ ขณะที่นิ้วยังร่ายอยู่บนคีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์งาน
“ก็เรื่องละครสงครามนางฟ้าไง ตกลงการบินไทยเขายอมยกโทษให้แล้วอ่ะ ทำไมมันจบเหมือนที่พูดเมื่อคืนเลย”
ผมละมือจากคีย์บอร์ดชั่วคราว เปลี่ยนมาจับโทรศัพท์ให้มั่นเพื่อฟังเธอร่ายยาวเป็นชุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และแทบไม่แปลกใจที่ผลสุดท้ายเรื่องราวความขัดแย้งเรื่องนี้จะจบแบบที่ผมคาดการณ์
“ทีซื้อหวย ไม่เห็นเคยถูกแบบนี้เลย” ผมประชดตัวเองแบบขำๆ กลับไป

เพียงแค่ข้ามวันมาไม่กี่ชั่วโมง สิ่งที่ผมคุยกับคุณน้องเธอก็กลายเป็นจริงราวกับตาเห็น
“ถามจริง พี่เป็นคนเขียนสคริปต์เรื่องนี้เปล่าเนี่ย” เธอยังอดประหลาดใจในสิ่งที่ผมวิเคราะห์ไม่ได้

อยากที่รู้ๆ กันสำหรับคนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองเป็นประจำ นอกจากข่าวการเมืองที่น้ำเน่าวนเวียนซ้ำซากไม่ต่างจากอดีตแล้ว ข่าวในวงการบันเทิงก็เป็นอีกประเภทหนึ่งที่ถูกหยิบยกมานำเสนอเป็นอันดับต้นๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์และหน้าจอทีวี โดยข่าวบันเทิงที่ฮอตฮิตเป็น ทอล์คออฟเดอะทาวน์ ในช่วงวันสองวันนี้ก็เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่อง “การประท้วงของพนักงานการบินไทยที่มีต่อละครเรื่อง สงครามนางฟ้า” และมีข้อเรียกร้องอันหนักหน่วงให้ถึงขั้นระงับการออกอากาศ

ประเด็นความขัดแย้งแรงๆ อย่างนี้แหละที่สื่อสมัยนี้ชอบเล่นกันนัก โดยเฉพาะสื่อที่มุ่งเน้นการข่าวแบบตามกระแสรายวัน หนังสือพิมพ์ก็ประโคมข่าวขึ้นถึงหน้าหนึ่ง รายการข่าวทีวีก็ให้ลำดับความสำคัญในการนำเสนอเป็นอันดับต้นๆ ตามเว็บบอร์ดต่างๆ กันถกเถียงในเรื่องนี้กันอย่างออกรส และกลายเป็นกระทู้ฮอตเพียงชั่วเวลาพริบตา

แต่สิ่งที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตให้กับคุณน้องเธอ เมื่อเธอมาชวนผมคุยในเรื่องนี้ตามประสาคนตามข่าวของเธอ และรู้ว่าผมเคยทำงานสื่อมาก่อนเลยมาขอความคิดเห็นเรื่องข่าวกับผมเป็นประจำสม่ำเสมอก็คือ เป็นไปได้ไหมที่สองฝ่ายที่กำลังขัดแย้งกันในตอนนี้แท้จริงแล้วตั้งใจสร้างเรื่องแบบนี้ขึ้นมา โดยสิ่งที่เห็นอยู่ในข่าวก็คือละครอีกฉากหนึ่งที่คนดูเองถูกหลอกให้ดูโดยไม่รู้ตัว

หลักการทำงานของนักข่าวอย่างหนึ่งที่ได้รับการสั่งสอนกันมาก็คือ จงอย่าเชื่ออะไรง่ายๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาก็ตาม ให้ตั้งข้อสงสัยเอาไว้ก่อนว่า ไม่น่าจะเป็นจริงอย่างที่เราเห็น พูดง่ายๆ นักข่าวมีหน้าที่จับผิดเหตุการณ์ หรือคนในเหตุการณ์ เพราะสื่อต้องนำเสนอความจริง ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ไม่ใช่แค่รายงานข่าวไปตามที่เห็น เพราะถ้าสื่อทำหน้าที่ได้แค่นั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับเป็นพีอาร์ให้กับบุคคลหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งในฐานะกระบอกเสียงของเขาเพียงเท่านั้น

ข่าวความขัดแย้งของเอ็กแซคท์ในฐานะผู้ทำละครสงครามนางฟ้ากับตัวแทนสหภาพพนักงานการบินไทย มีจุดที่น่าสงสัยอยู่จุดหนึ่งในความรู้สึกของผมก็คือ เรื่องการขู่ถอนโฆษณาทั้งหมดของการบินไทยออกจากรายการของเอ็กแซคท์ ซึ่งถ้ามองกันอย่างผิวเผินคนทั่วไปอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ด้วยสันดานเอ้ย สัญชาตญาณของสื่อเก่าอย่างผมกลับมองว่า จุดนี้แหละที่มีกลิ่นทะแม่งๆ

ผมไม่ได้มองว่า ประเด็นความขัดแย้งนี้จะทำให้เอ็กซ์แซคท์กำลังจะเสียผลประโยชน์จากการบินไทย แต่ผมกลับมองในอีกแง่หนึ่งว่า จริงๆ แล้วสองฝ่ายนี้เขามีผลประโยชน์ร่วมกันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วต่างหาก ในเชิงธุรกิจการลงโฆษณาทางทีวีก็เพราะอยากให้คนเห็นมากๆ ส่วนในแง่ของผู้ผลิตรายการทีวีก็ย่อมอยากให้สปอนเซอร์ที่มาลง ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุดกลับไป เพราะถ้ารายการดังหรือละครดังทำไมสปอนเซอร์จะไม่แฮปปี้

ดังนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันคือสถานการณ์ที่ภาษาทางธุรกิจเขาเรียก Win-Win Situation ก็คือได้ทั้งคู่ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นการเซ็ตอัพขึ้นมา อันเป็นส่วนหนึ่งในแผนการตลาดที่(อาจจะ)ถูกวางไว้เพื่อโปรโมตละครตั้งแต่แรกเสียด้วยซ้ำ เป็นละครนอกจอที่สร้างขึ้นมาเพื่อโปรโมตละครในจอ

ถามว่า พวกเขากล้าเล่นกันแบบนี้เชียวหรือ เพราะนี่มันเข้าขั้นแหกตาประชาชนทั้งประเทศ คำตอบคือผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่า พวกเขาจะกล้าทำกันหรอกครับ แต่สมัยนี้ Dark Side Marketing มันกลายเป็นเรื่องปรกติไปแล้ว ในยุคนี้เงินคือทุกสิ่งทุกอย่าง ยิ่งมาลองนึกย้อนๆ กลับไปดูเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ โดยเฉพาะในวงการบันเทิง หรือที่บางทีก็เรียกว่า วงการมายา มันก็เคยเห็นการโปรโมตแบบชั่วร้ายเช่นนี้มาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีน้องสาหร่าย ที่อยากดังเลยแต่งตัวโป๊ๆ ไปงานแจกรางวัล หรือกรณีน้องแนนจอมลวงโลก ที่โกหกได้ทุกอย่างเพียงเพื่อต้องการโปรโมตให้หนังสือตัวเอง

ดังนั้นไม่แปลกถ้าวงการมายาจะเกิดเหตุการณ์โปรโมตอะไร ในแนวที่คาดไม่ถึงขึ้นมาอีกก็ได้ โดยที่คนดูไม่รู้ว่า อะไรจริงอะไรลวง เพราะสมัยนี้คนที่ทำธุรกิจบันเทิงเขาฉลาดมากขึ้นในการสร้างชื่อให้กับสินค้าตัวเองโดยไม่ได้สนใจว่า เป็นชื่อเสียงด้านลบหรือด้านบวก แต่ขอให้เป็นข่าว ขอให้มีคนพูดถึงเอาไว้ก่อนเป็นพอ แล้วทีนี้ลองมาย้อนดูสิว่า เหตุการณ์ในช่วงวันสองวันนี้ สื่อรวมถึงผู้เสพสื่อ เราล้วนตกอยู่ในสถานการณ์ที่พวกเขากำหนดไว้แล้วหรืออยากให้เป็นหรือไม่ เราได้กลายเป็นเครื่องมือให้พวกเขาอีกครั้งแล้วหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ผมได้สรุปให้คุณน้องเธอว่า สิ่งที่ผมคิด มันเป็นเพียงการคิดในแง่ร้ายตามประสานักข่าวเก่าของผม เพราะผมคิดว่าผมยังมีวิญญาณนักข่าวหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างน้อยผมไม่ใช่แมสเซนเจอร์ ที่แค่เอาไมค์จ่อปากแหล่งข่าว หรือถ่ายรูปถ่ายวีดิโอแล้วเอากลับมาออกอากาศ โดยที่ไม่คิดจะสืบหาความจริงให้รอบด้านก่อนนำเสนอข่าวใดๆ

ส่วนเรื่องที่ผมคิดนี้จะมีมูลหรือไม่ ผมบอกเธอว่า ลองดูตอนจบของเรื่องนี้เอาละกัน ถ้ามันจบแบบง่ายดายและรวดเร็ว ก็ชวนให้น่าสงสัยไม่น้อย เพราะถ้าทั้งสองฝ่ายสมรู้ร่วมคิดกันจริงๆ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้อ เนื่องจากถ้าเนิ่นนานไป จะหมดมุกในการเลี้ยงกระแสให้เป็นข่าว และก็จะหาที่จบลำบาก ในเมื่อทั้งสองฝ่ายสมประสงค์ในความต้องการที่แค่จะโปรโมตละครให้ดัง สร้างข่าวให้เป็นกระแส แล้วคนจะได้ติดตามละคร มันก็เพียงพอแล้ว ผมก็คิดไว้แค่นั้นเอง

ไม่น่าเชื่อที่สิ่งที่ผมคิด มันดันเป็นจริง แถมจบเร็วเกินคาด เมื่อฝ่ายหนึ่งแค่ขอโทษ อีกฝ่ายหนึ่งเลยให้อภัยซะอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ออกมาเรียกร้องโวยวายจะเป็นจะตายกันเสียให้ได้

นี่แหละวงการมายา
เอวัง ด้วยประการแลฉะนี้

หมายเหตุ - บทความนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงใดๆ ของเหตุการณ์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

About these ads

~ โดย เสียงนกเสียงกา บน มกราคม 23, 2008.

3 Responses to “ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด”

  1. “อืมม. . . เป็นเรื่องที่น่าคิด”
    (คิดช้าไป 5 ปีแสง)
    .
    …..ตึ่ดดดดดดดดดดดดด……
    รีบ transformer ลดตุ่มแข็งๆสีขาว. .สองตุ่มที่อยู่บนหัว. .ข้างหู!
    ไล่นกเอี้ยง. .สองข้างไหล่
    แล้วปรับตัวเองเป็นโหมด “ฉลาด” อีกครั้งหนึ่ง

  2. test

  3. โอ๊ะ. โอ๊ะ. โอ๊ะ
    ขออีกทีเถอะ…..เอามาจากผู้จัดการออนไลน์
    หัวใจเจ็บจิ๊ดดด
    .
    “สหภาพการบินไทยออกโรงโต้ เปล่าใช้ละคร “สงครามนางฟ้า” เป็นเครื่องมือในการหาเสียงช่วงชิงตำแหน่งบอสสหภาพแรงงานฯ ย้ำจุดยืนการประท้วงก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีอาชีพนางฟ้า ไม่ใช่แสวงหาผลประโยชน์อย่างที่เป็นข่าว เผยพอใจหลัง “เอ็กแซ็กท์” ออกมาขอโทษ พร้อมเบรกคำสั่งถอดสปอนเซอร์ ด้าน “บอย ถกลเกียรติ” ปิดปากไม่มีความเห็นกรณีถูกใช้เป็นเครื่องมือในเกมการเมือง”
    .
    .
    “เรื่องแค่นี้. . . ไม่น่าตกลงกันได้!!”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: